วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

ค่านิยมหลัก 12 ประการ


  1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน
  3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
  4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
  5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
  6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์
  7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย
  8. มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
  9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ
  10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ
  12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

คนดีไม่ซื้อสิทธิ์ คนสุจริตไม่ขายเสียง

กกต.ย่อมาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( Election Commission of Thailand: ECT ) เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่หลักในการเป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่สืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยชี้ขาด ปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติหรือกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

  1. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  2. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่
  3. สั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง
  4. ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
  5. เสนอยุบพรรคการเมืองที่กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ประชาชนควรรู้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดว่า บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งบุคคลซึ่งไม่ไปเลือกตั้ง โดยไม่แจ้งเหตุอันควรที่ทำให้ไม่อาจไปเลือกตั้งได้ ย่อมเสียสิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติ
พบเหตุทุจริต
แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนได้ที่
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทุกจังหวัด
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
    • อาคารรวมหน่วยราชการ บี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210
  • สายด่วนเลือกตั้ง 1171
  • เบอร์โทรศัพท์หน่วยปฏิบัติการข่าว 02-143-8535
  • Application : ตาสับปะรด
ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะเสียสิทธิทางการเมือง
  1. กรณีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
    • เสียสิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น
    • เสียสิทธิ์ร้องคัดค้านการเลือกกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
    • เสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
    • เสียสิทธิรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
    • เสียสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น
    • เสียสิทธิเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  2. กรณีเลือกตั้งระดับชาติ
    • เสียสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
    • เสียสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
    • เสียสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฏหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
โทษตามกฏหมาย
หากบุคคลใดกระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะมีโทษตามกฏหมายซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
  1. โทษทางอาญา ได้แก่
    • โทษจำคุก ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดเป็นเวลา 10 ปี
    • โทษปรับ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 200,000 บาท
    กระบวนการในการลงโทษผู้กระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง คือ จะต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน และสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อสั่งฟ้องคดีต่อศาล

  2. โทษทางการเมือง
หากมีการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผู้กระทำอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี ส่วนศาลมีอำนาจพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเป็นเวลา 1 ปี และการเลือกตั้งระดับชาติเป็นเวลา 5 ปี ตามคำร้อง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และศาลมีอำนาจพิพากษาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสูดเป็นเวลา 10 ปี ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ผลของการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่น

  1. ถูกระงับหรือยกเลิกมิให้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น รวมถึงการเลือกผู้ใหญ่บ้าน
  2. ถูกระงับหรือยกเลิกมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น รวมถึงการรับเลือกผู้ใหญ่บ้าน
  3. ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจะต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น ห้ามเป็นรัฐมนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รองนายกเทศมนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น
  4. ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นๆ
  5. ถูกระงับหรือยกเลิกสิทธิอื่นๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ 
อนึ่งสิทธิต่างๆ ที่เสียไประหว่างถูกเพิกถอนจะกลับคืนมาเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่ถูกสั่งเพิกถอน

ซื้อเสียง
การซื้อเสียงมีความผิดและต้องรับโทษทางกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อมีการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือหัวคะแนนนำเงินมาแจกให้แก่ท่าน เพื่อให้ท่านลงคะแนนให้แก่ผู้ที่แจกเงินนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือหัวคะแนนก็จะมีความผิด และต้องรับโทษตามกฏหมาย
โทษตามกฎหมาย คือ จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ขายเสียง
การเรียกรับหรือยอมจะรับเงินมีความผิด และต้องรับโทษทางกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อมีการเลือกตั้ง หากท่านบอกกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือตัวแทน (หัวคะแนน) ว่าถ้าอยากจะให้ท่านลงคะแนนเลือกตั้งต้องนำเงินมามอบให้แก่ท่าน หรือเมื่อตัวแทน(หัวคะแนน) นำเงินหรือทรัพย์สินมาเสนอให้หรือมอบให้ เพื่อให้ลงคะแนนให้ผู้สมัครใด หากท่านรับหรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินนั้น การกระทำของท่านเป็นความผิด และต้องรับโทษตามกฎหมาย
โทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พยานเท็จ
การเป็นพยานเท็จ กล่าวคือ เมื่อมีการเลือกตั้ง ท่านพูด หรือทำอะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น บอกว่าเขาพูดใส่ร้าย แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้พูดเลย เพื่อต้องการให้เขาต้องรับโทษ ดังนี้ การกระทำของท่านเป็นความผิด และต้องรับโทษตามกฏหมาย
โทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40.000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
กลั่นแกล้งใส่ร้ายผู้สมัคร
การกระทำอันเป็นเท็จเพื่อกลั่นแกล้ง กล่าวคือ เมื่อม่การเลือกตั้ง ท่านพูดหรือทำอะไร ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ไม่เห็นเขาแจกเงิน แต่บอกว่าเห็นเขาแจกเงิน เพื่อต้องการให้เขาต้องรับโทษ ดังนี้ การกระทำของท่านเป็นความผิด และต้องรับโทษตามกฏหมาย
โทษตามกฎหมาย คือ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิ 10 ปี
กลับคำให้การ
การกลับคำให้การ กล่าวคือ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ภายหลังจากที่ท่านได้ให้การแล้ว หากท่านกลับคำให้การใหม่ผิดไปจากเดิม อันเป็นเท็จ ดังนี้ การกระทำของท่านเป็นความผิด และต้องรับโทษตามกฎหมาย
โทษตามกฎหมาย คือ จำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

ที่มา: คู่มือเผยแพร่ความรู้กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บ้านเอื้ออาทร บ้านราคาประหยัด


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก การเคหะแห่งชาติ

          หลายคนอยากมีที่พักอาศัยเป็นของตัวเองแต่ก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายไปกับการซื้อบ้านราคาแพง จึงต้องมองหาบ้านราคาถูกเอาไว้ครอบครอง โครงการบ้านเอื้ออาทร จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับคนอยากมีบ้านในราคาย่อมเยา แต่ก่อนที่จะไปมองหาซื้อบ้านเอื้ออาทรสักหลัง เรามาทำความรู้จักกับบ้านเอื้ออาทรกันก่อนดีกว่า ว่ามีข้อมูลอะไรน่าสนใจกันบ้าง เพื่อช่วยให้การตัดสินใจซื้อบ้านของคุณง่ายยิ่งขึ้นค่ะ..

          บ้านเอื้ออาทร

          บ้านเอื้ออาทร เป็นโครงการของรัฐบาลที่จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ให้สามารถซื้อที่พักอาศัยได้ในราคาย่อมเยา และใช้ชื่อโครงการว่า "บ้านเอื้ออาทร" ซึ่งอยู่ในความดูแลของ การเคหะแห่งชาติ ทั้งนี้โครงการบ้านเอื้ออาทรได้เปิดขายไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และในปัจจุบัน (พ.ศ.2555) ก็มีการเปิดให้จองอีกครั้งโดยมีวิธีการจองดังนี้

          จองบ้านเอื้ออาทร

คุณสมบัติผู้จอง

 มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ติด BLACK LIST หรือ เครดิตบูโรจากสถาบันการเงิน

 มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน

 สามารถรับภาระและเงื่อนไขการเช่าซื้อได้โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาจากการเคหะแห่งชาติ

เอกสารที่ต้องใช้

 บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (พร้อมสำเนา 1 ชุด)

 สำเนาทะเบียนบ้านของตนเองและคู่สมรส

 สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี)

 หนังสือรับรองรายได้ตนเองและคู่สมรส  หนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงาน  สลิปเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีเงินฝาก

 เงินจอง 3,000 หรือ 6,000 บาท

เงื่อนไขในการเช่าซื้อ

 ห้ามการโอนสิทธิในสัญญาจะซื้อจะขาย หรือ เช่าซื้อภายในระยะเวลา 5 ปี

 ห้ามนำอาคารไปให้บุคคลอื่นอยู่อาศัยหรือเช่าช่วง หรือหากตรวจสอบพบภายหลังมีการแจ้งคุณสมบัติที่เป็นเท็จ

 จะถูกบอกเลิกสัญญา และริบเงินที่ชำระไว้แล้วทั้งหมด

 กรณีชำระเป็นเงินสดทั้งหมด สามารถกระทำได้ แต่จะได้รับการโอนสิทธิหลังจากครบกำหนดการทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือเช่าซื้อ ไม่น้อยกว่า 5 ปี

 เมื่อได้สิทธิแล้ว จะต้องผ่อนชำระเงินดาวน์ในระหว่างการก่อสร้างอาคารในอัตราเดือนละ 300 บาท เพื่อแสดงว่าเป็นผู้มีความประสงค์จะซื้ออาคาร และมีความสามารถในการผ่อนชำระ

เอกสารขอสินเชื่อ
สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเอื้ออาทรจำนวน 1 ชุด
สำเนาใบเสร็จรับเงินมัดจำบ้านเอื้ออาทร      จำนวน 1 ชุด
สำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจของผู้กู้จำนวน 3 ชุด สำหรับ ธอส. (2 ชุด สำหรับ ธ.ออมสิน)
สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้ทุกหน้า (ตั้งแต่หน้า 1 ถึงหน้าว่าง) จำนวน 1 ชุด (และถ่ายเฉพาะหน้าผู้กู้เพิ่มอีก 2 ชุด)
หนังสือรับรองรายได้/สลิบเงินเดือนตัวจริงจำนวน 1 ชุด
กรณีประกอบอาชีพอิสระให้ถ่ายรูปกิจการหรือธุรกิจที่ทำมา 3 รูปจำนวน 1 ชุด
สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนจำนวน 1 ชุด

กรณีมีคู่สมรสอยู่ด้วยกัน


สำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจของคู่สมรสจำนวน 1 ชุด
สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสจำนวน 1 ชุด
ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)จำนวน 1 ชุด

กรณีมีคู่สมรสแยกทางกัน


ใบแจ้งความ กรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียนมีบุตรด้วยกันแต่ปัจจุบันแยกทางกันจำนวน 1 ชุด


          บ้านเอื้ออาทรโครงการใหม่ 2555

          บ้านเอื้ออาทรโครงการใหม่ ในปี พ.ศ. 2555 เริ่มเปิดให้จองกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กับโครงการ "คิดถึงบ้านคิดถึงการเคหะฯ" โดยบ้านเอื้ออาทรนั้นจะกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้






          สำหรับราคาเริ่มต้นของบ้านเอื้ออาทรอยู่ที่ 390,000 บาท หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาบ้านราคาเบา ๆ ลองโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก สายด่วนจองบ้าน ของการเคหะแห่งชาติ โทร.1615 ได้เลยค่ะ หากว่าโชคดีอาจจะยังพอมีบ้านเอื้ออาทรเหลือให้คุณจองบ้างก็ได้

          สถานที่จอง

 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ

 สำนักงานขายที่ตั้งโครงการ

 สำนักงานเคหะชุมชนทุกแห่ง

          คำนวณงบประมาณและอัตราผ่อนชำระ คลิกที่นี่

          สอบถามรายละเอียด บ้านเอื้ออาทร, สายด่วนจองบ้าน 1615, การเคหะแห่งชาติ 02-351-7777

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 43 ให้ผู้จัดการจัดให้มีการประชุมใหญ่เป็นครั้งแรกภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดต่อจากนั้นให้มีการประชุมใหญ่ปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย การประชุมเช่นนี้เรียกว่า "การประชุมใหญ่สามัญ" การประชุมใหญ่คราวอื่นบรรดามีนอกจากนี้เรียกว่า "การประชุมใหญ่วิสามัญ"
ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละครั้งภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของนิติบุคคลอาคารชุด
ในการจัดประชุมใหญ่ตามวรรคแรก และวรรคสอง ให้ผู้จัดการทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของร่วมไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม โดยให้ส่งไปยังห้องชุดซึ่งจะส่งทางไปรษณีย์หรือนำส่งเองก็ได้ โดยมีเอกสารตอบรับหากไม่มีผู้รับก็ให้ปิดหนังสือไว้ ณ ห้องชุดนั้นได้ เว้นแต่กรณีเจ้าของร่วมได้แจ้งที่อยู่อื่นให้ทราบเป็นหนังสือแล้วก็ให้ส่งหนังสือไปยังที่อยู่ที่แจ้งให้ทราบนั้นโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ
ในการส่งหนังสือตามวรรคสาม จะมีผู้รับไว้หรือไม่ก็ตามให้ถือว่าหนังสือดังกล่าวได้ส่งโดยชอบแล้ว
ข้อ 44 บุคคลต่อไปนี้มีสิทธิเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้
(1) ผู้จัดการ
(2) คณะกรรมการ
(3) เจ้าของร่วมเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของคะแนนเสียงทั้งหมดร้องขอให้เปิดประชุมต่อคณะกรรมการ ในกรณีเช่นนี้ ให้คณะกรรมการต้องจัดประชุมขึ้นตามคำร้องขอภายใน 15 วันนับจากวันรับคำร้องขอ ถ้าคณะกรรมการมิได้จัดประชุมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว เจ้าของร่วมตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นมีสิทธิจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเองได้ โดยให้แต่งตั้งตัวแทนคนหนึ่งเพื่อออกหนังสือเรียกประชุม
ข้อ 45 การประชุมใหญ่ต้องมีเจ้าของร่วมมาประชุม ซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนเสียงลงคะแนนทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีเจ้าของร่วมมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้เรียกประชุมใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเรียกประชุมครั้งก่อน และการประชุมใหญ่ครั้งนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม
ข้อ 46 มติที่ประชุมใหญ่ต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากของเจ้าของร่วมที่เข้าประชุมเว้นแต่ข้อบังคับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 47 ในการลงคะแนนเสียงให้เจ้าของร่วมแต่ละรายมีคะแนนเสียงเท่ากับอัตราส่วนที่ตนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพส่วนกลาง
ถ้าเจ้าของร่วมคนเดียวมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงทั้งหมด ให้ลดจำนวนคะแนนเสียงของผู้นั้นลงเหลือเท่ากับจำนวนเสียงของเจ้าของร่วมรายอื่นๆรวมกัน
ข้อ 48 เมื่อมีข้อบังคับกำหนดให้เจ้าของร่วมเพียงบางคนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใดโดยเฉพาะให้เจ้าของร่วมเหล่านั้นมีส่วนออกเสียงในมติที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการนั้น โดยแต่ละคนมีคะแนนเสียงตามส่วนแห่งประโยชน์ที่มีต่อห้องชุด
ข้อ 49 เจ้าของร่วมอาจมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้อื่นออกเสียงแทนตนได้ แต่ผู้รับมอบฉันทะคนหนึ่งจะรับมอบฉันทะให้ออกเสียงในการประชุมครั้งหนึ่งเกินสามห้องชุดมิได้
บุคคลดังต่อไปนี้จะรับมอบฉันทะให้ออกเสียงแทนเจ้าของร่วมมิได้
(1) กรรมการและคู้สมรสของกรรมการ
(2) ผู้จัดการและคู่สมรสของผู้จัดการ
(3) พนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลอาคารชุดหรือของผู้รับจ้างของนิติบุคคลอาคารชุด
(4) พนักงานหรือลูกจ้างของผู้จัดการในกรณีที่ผู้จัดการเป็นนิติบุคคล
ข้อ 50 มติเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด
(1) การแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้จัดการ
(2) การกำหนดกิจการที่ผู้จัดการมีอำนาจมอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทนได้
ข้อ 51 มติเกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด
(1) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนค่าใช้จ่ายร่วมกันตามข้อบังคับนี้
(2) การซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือรับให้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีค่าภาระติดพันเป็นทรัพย์ส่วนกลาง
(3) การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการใช้ หรือการจัดการทรัพย์ส่วนกลาง
(4) การก่อสร้างอันเป็นการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือปรับปรุงทรัพย์ส่วนกลางนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
(5) การจำหน่ายทรัพย์ส่วนกลางที่เป็นอสังหาริมทรัพย์
(6) การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์ส่วนกลาง
(7) การอนุญาตให้เจ้าของร่วมทำการก่อสร้าง ตกแต่ง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติม ห้องชุดของตนเอง ที่มีผลกระทบต่อทรัพย์ส่วนกลาง หรือลักษณะภายนอกของอาคารชุดโดยค่าใช้จ่ายของผู้นั้นเอง
ในกรณีที่เจ้าของร่วมเข้าประชุมมีคะแนนเสียงไม่ครบตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งให้เรียกประชุมใหม่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประชุมครั้งก่อน และมติเกี่ยวกับเรื่องที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งในการประชุมครั้งใหม่นี้ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คอนโดที่ท่านอยู่เป็นสลัมลอยฟ้าหรือไม่

คอนโดหรืออาคารชุด น่าจะเป็นความหมายเดียวกัน และเมื่ออาคารชุดได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอาคารชุดแล้ว มักมีปัญหาเรื่องค่าส่วนกลาง ซึ่งปัญหาต่างๆ เกิดจากความไม่เข้าใจกฎหมายนิติบุคคลอาคารชุดของเจ้าของร่วม หรือผู้ที่มีผลกระทบโดยตรงในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ต้องร่วมกันออก โดยประสงค์ให้สภาพของอาคารชุดได้มีผู้รับผิดชอบดูแล ให้สวยงามน่าอยู่น่าอาศัย เหมือนตอนแรกที่เข้ามาอยู่
เมื่อตอนซื้ออาคารชุดจากเจ้าของโครงการ สำหรับโครงการบ้านเอื้ออาทร ผู้ซื้อได้ซื้อกับการเคหะแห่งชาติ เนื่องจากเป็นในส่วนของรัฐที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัย ราคาจึงไม่แพง มากเกินไปแต่เงื่อนไข คือถึงแม้ราคาไม่แพง แต่บริการทุกอย่างต้องมีให้เหมือนๆกันกับมาตรฐานอาคารชุด และการทำสัญญาจะซื้อจะขาย การเคหะแห่งชาติจะเป็นผู้ค้ำประกันกับธนาคารให้แก่ผู้ซื้อ 5 ปี นั่นคือถึงแม้ว่าผู้ซื้อจะเป็นผู้จ่ายเงินแต่การทำสัญญานั้นการเคหะแห่งชาติยังคงเป็นเจ้าของห้องชุดนั้นจนกว่าจะได้โอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อจึงมิได้เป็นเจ้าของห้องชุดตามสัญญาจะซื้อจะขาย  เมื่อครบ5 ปี การเคหะแห่งชาติจะได้โอนกรรมสิทธิ์
ตลอดระยะเวลา 5 ปี ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากส่วนกลางต่างๆภายในโครงการ  การเคหะแห่งชาติจึงเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผู้ซื้อเอง
เมื่อครบสัญญา 5 ปี มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ตามกฎหมายนิติบุคคลอาคารชุด กำหนดให้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด เมื่อมีผู้โอนกรรมสิทธิ์
การจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด เมื่อมีผู้โอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากส่วนกลางนั่นเอง
เรามาทำความเข้าใจกันว่าถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางแล้วจะเกิดอะไร
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000027713


วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

รักษาความสะอาด

งานรักษาความสะอาด เก็บ กวาด เช็ด ถู ดูแลต้นไม้ สนามหญ้า เป็นงานหนัก ที่แม่บ้านต้องดูแล ให้บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง แลดูสะอาด อยู่เสมอ
ของเหลือใช้ต่างๆ ที่ชาวชุมชนนำมาทิ้ง กองไว้ รถเก็บขยะ จะไม่เก็บ แม่บ้านจะต้องขนขึ้นรถ แล้วไปทิ้งในที่ที่ให้ทิ้ง โดยต้องเสียค่าทิ้ง
รถเก็บขยะ ไม่เก็บของเหลือใช้ เช่น ตู้ เตียง โซฟา ที่นอน วัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย กิ่งไม้ ใบหญ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีจำนวนมากมาย ทุกๆ เดือน แม่บ้านจะต้องช่วยกันเก็บ กวาด เพื่อมิให้รกรุงรัง จะต้องทำพื้นที่ ให้ดูสะอาดอยู่เสนอ

การเก็บขยะเหล่านี้ในเดือนพฤษภาคม 2558 มีขยะเหล่านี้จำนวนมาก และแม่บ้านได้ตัดกิ่งไม้ ต้นกล้วยที่ลูกบ้านปลูกไว้ ซึ่งมีจำนวนมาก ทำให้ต้องขนกันหลายวัน

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประชุมประจำเดือนพฤษภาคม2558

การประชุมประจำเดือน



เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2558 นิติบุคคลอาคารชุดบ้านเอื้ออาทรคลองถนน 1 ได้ประชุมประจำเดือนพฤษภาคม 2558 เพื่อรายงานสรุปผลการดำเนินงาน ในรอบเดือน เมษายน 2558 ของฝ่ายจัดการให้คณะกรรมการรับทราบ และอนุมัติค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมทั้งพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่ฝ่ายจัดการเสนอ โดยรับฟังเสียงข้างมาก